อะไรคือความรู้-อีมามฆอซาลีสอนลูก


โอ้ลูกรัก! ไม่ทราบกี่วันกี่คืนและกี่เดือนที่เธอได้อดหลับอดนอนเพื่อทบทวนความรู้และอ่านหนังสือฉันไม่ทราบว่าอะไรเป็นเหตุ ที่ให้เธอเป็นเช่นนั้น หากเธอหวังเพียงเพื่อดุนยา เกียรติยศ ตำแหน่ง หรือเพียงให้โลกเชยชม ก็พูดได้เลยว่าเป็นเรื่องที่น่าเสียใจมาก แต่หากเธอทำไปหวังเพื่อที่จะสร้างสรรค์ชะรีอะฮฺ(หลักการ) ของท่านนบีมุฮัมมัด (ศ็อลฯ) หรือเพื่อให้จริยธรรมของเธอนั้นสูงส่ง แน่นอนเป็นสิ่งที่น่ายินดียิ่ง

โอ้ลูกรัก! ขอให้เธอใช้ชีวิตตามที่เธอต้องการ แต่จงจำไว้เถอะว่าเราเกิดมาต้องตาย จงรักเถอะต่อคนที่เธอรัก แต่อย่าลืมว่าวันหนึ่งเธอก็จะต้องจากเขาไป จงทำเถอะในสิ่งที่เธออยากจะทำ แต่อย่าลืมว่าในทุกการกระทำนั้น จะได้รับผลตอบแทนอย่างคุ้มค่าที่สุด โอ้ลูกรัก! เธอได้รับอะไรบ้างจากการที่เธอได้ร่ำเรียนวิชาทางการแพทย์ กาพย์กลอน บทกวี จักรวาล วรรณกรรมและไวยากรณ์ นอกเสียจากว่าเธอได้หมดอายุไปอย่างไร้สาระ เท่านั้น หากเธอได้ลืมนึกถึงความยิ่งใหญ่ของอัลลอฮฺ จริงๆแล้ว ในคัมภีร์อินญีลได้ระบุไว้ว่า ท่านนบีอีซา (อะลัยฮิสลาม) ได้กล่าวว่า“ตั้งแต่วินาทีแรกที่ศพได้วางไว้บนหาบ จนถึงหลุมฝังศพ อัลลอฮฺผู้ทรงยิ่งใหญ่ได้ป้อนคำถามถึง 40 คำถาม 


คำถามแรกคือ “โอ้ บ่าวของเรา เจ้าได้ทำความสะอาดสายตาของสิ่งที่ถูกสร้างเกี่ยวกับตัวของเจ้าเป็นเวลาสิบๆปี แต่เจ้าไม่สามารถทำความสะอาดสายตาของเราแม้แต่นาทีเดียว และทุกๆวัน เราก็ได้เพ่งพินิจที่หัวใจของเจ้าพร้อมกับตรัสว่า เจ้าได้ทำอะไรเพื่อสิ่งอื่นนอกจากเราบ้างหรือเปล่า? ทั้งๆที่เจ้าได้รับความดีจากเรา ทำไมเจ้าทำเป็นหูหนวก เจ้าไม่ได้ยินหรือ?”

โอ้ลูกรัก! ความรู้ที่ไม่ได้ปฏิบัตินั้นเป็นสิ่งที่บ้า และการปฏิบัติที่ไม่ได้มาจากความรู้นั้นเป็นสิ่งที่งมงาย ดังนั้นขอให้รับรู้เถอะว่าความรู้อย่างเดียวไม่สามารถช่วยเธอให้หลุดพ้นจากสิ่งเลวร้ายได้เลย และไม่สามารถนำพาเธอไปสู่หนทางการเคารพภักดีต่อพระเจ้าเลย และในวันอาคิเราะฮฺก็ไม่สามารถปกป้องเธอให้พ้นจากนรกญะฮันนัมได้เลย ในเวลานี้ เธอไม่ปฏิบัติในสิ่งที่อัลลอฮฺให้ปฏิบัติและเธอยังละเลยเพิกเฉย แต่พอถึงวันอาคิเราะฮฺเธอก็จะพูดว่า “โอ้อัลลอฮฺ! ได้โปรดให้ข้าพเจ้า กลับไปยังโลกดุนยาอีกครั้งเถอะ แล้วข้าพเจ้าจะกระทำแต่คุณ งามความดี” คำตอบที่ได้มาก็คือ “โอ้ คนโง่! เจ้าจากมาจากที่นั่นแล้ว แล้วจะกลับไปอีกทำไม?”

โอ้ลูกรัก! ขอให้พวกเธอมีความตั้งใจ และความตั้งใจนั้นขอให้เป็นมงกุฎแห่งวิญญาณ ความพ่ายแพ้ขอให้เป็นแค่อารมณ์ใฝ่ต่ำ (นัฟซู) และความตายขอให้เป็นอาภรณ์ของชีวิต เพราะสถานที่ที่เธอจะพำนักอย่างยาวนานต่อไปคือกุโบรฺ เพราะสมาชิกในกุโบรฺนั้นได้เฝ้ารอเธอทุกนาทีและวินาที ในวันหนึ่งข้างหน้าเธอก็จะได้พบกับพวกเขา ขอให้เธอจงรอบคอบ อย่ากลับไปพบพวกเขาด้วยการไม่นำเสบียงอะไรไปเลย

ท่านอบูบักรฺ อัศศิดดิก (รอฎิยัลลอฮุอันฮฺ) ได้กล่าวว่า “ร่างกายนั้นเปรียบเสมือนกรงนกหรือคอกสัตว์ ฉะนั้นขอให้เจ้าจงพิจารณาว่า แล้วเจ้าจะอยู่ตรงส่วนไหน? ถ้าเจ้าคิดถึงนกตระกูลสูง แน่นอนตอนที่เราได้ยินเสียงกึกก้องประกาศในวัน กิยามะฮฺว่า ‘จงกลับไปยังพระเจ้าของเจ้าเถอะ แน่แท้ เจ้าจะได้บินไปถึงสุดยอดของสวรรค์’ ท่านเราะสูลุลลอฮฺ (ศ็อลฯ) ได้กล่าวถึง สะอัด บิน มาอัส ว่า อัรชฺของอัรเราะห์มานได้สะเทือนก็เพราะความตายของ สะอัด บิน มาอัส” ในอีกรายงาน วันหนึ่ง มีคนๆหนึ่ง ได้นำนมมามอบแก่ท่านหะสัน อัลบัศรี (รอฮิมะฮุลลอฮฺ) เมื่อท่านได้จับเหยือกแก้ว ท่านก็ได้สลบทันที และไม่ได้สติเป็นเวลานาน เมื่อท่านฟื้นขึ้นมามีคนถามท่านว่า “ทำไมท่านถึงเป็นเช่นนั้น?” ท่านก็ตอบว่า “ที่เป็นเช่นนั้นก็เพราะว่าฉันได้นึกถึงสภาพของชาวนรกที่ได้วิงวอนให้ชาวสวรรค์รินน้ำให้แก่เขาถึงแม้เพียงหยดเดียวก็ตามหรืออะไรก็ได้ที่อัลลอฮฺได้ประทานรุสกีแก่ชาวสวรรค์”

โอ้ลูกรัก! หากเธอคิดว่าความรู้ที่ปราศจากการปฏิบัติ (อามาล) นั้น เพียงพอแล้วสำหรับเธอ ซึ่งนั้นเป็นสิ่งที่สูญเปล่า เช่นเดียวกันกับคำประกาศของอัลลอฮฺก็คงจะสูญเปล่าเช่นกัน อัลลอฮฺได้ทรงตรัสเสมอว่า “มีผู้ขอหรือไม่? มีผู้ขออภัยหรือไม่และมีผู้ทำการเตาบัตหรือไม่?” ได้รับการรายงานว่ามีเศาะฮาบะฮฺของท่านนบีกลุ่มหนึ่งได้เอ่ยนาม อับดุลลอฮฺ อิบนุ อุมัร ให้ท่านนบีมูฮัมมัด (ศ็อลฯ) ฟัง ท่านก็ได้กล่าวว่า “ผู้ที่ประเสริฐที่สุดก็คือผู้ที่ละหมาดในช่วงกลางคืนและจงอย่านอนให้มากในช่วงกลางคืน เพราะถ้านอนมากจะทำให้คนๆนั้น จะอยู่ในสภาพที่ยากจนในวันกิยามะฮฺ”



คัดลอกจากหนังสือ “Mendidik anak beragama” ในส่วนคำสอนของอิมามฆอซาลีต่อลูกศิษย์ 
เขียนโดย ฮัจยี ฆอซาลี ฏอยยิบ 
แปลโดย สากีนะห์ บอซู
เกลาเนื้อหา  อิบนุซาการีย์ยา