หน้า: [1]

น้องๆที่สนใจเอกภาษาอังกฤษ อ่านบทความแนะแนวนี้ซิ

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
  • sniffer
  • **
  • คะแนนจิตพิสัย: 0
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 84

บทความนี้คัดลอกมาจาก http://my.dek-d.com

ขอแนะนำตัวเล็กน้อยครับ ผมเรียนจบจากเอกภาษาอังกฤษจากมหาวิทยาลัยที่มีคณะอักษร ทำงานเป็นอาจารย์ภาษาอังกฤษในคณะมนุษย์ในมหาวิทยาลัยของรัฐ  มีเพื่อนที่จบเป็นบัณฑิตและอาจารย์เอกภาษาอังกฤษจำนวนมาก ทั้งจากคณะอักษร มนุษย์ และศิลปศาสตร์ เคยมีประสบการณ์เป็นกรรมการปรับปรุงหลักสูตรของภาควิชา ซึ่งพอจะเคยเห็นหลักสูตรภาษาอังกฤษของสถาบันอื่นๆในลักษณะเชิงเปรียบเทียบบ้าง จึงคิดว่าตัวเองอาจจะพอให้ข้อมูลหรือคำแนำนำทั่วไปได้บ้างกับน้องๆที่สนใจจะเลือกเรียนสาขานี้ ผมจะให้ข้อมูลกว้างๆ และเจาะลึกในบางส่วนครับ

    คำถามที่ผมเคยพบเจอมีหลากหลายประเภท ดังนั้นในบทความนี้ ผมจะตั้งคำถามเองตามที่เคยพบเจอและพยายามแยกแยะคำถามต่างๆและจะตอบคำถามเป็นข้อๆตามข้างล่างนี้ครับ ในที่นี้จะพูดถึงเฉพาะมหาวิทยาลัยของรัฐเท่านั้นครับ ไม่นับรวมราชภัฎ หรือมหาวิทยาลัยเอกชน เพราะผมไม่มีความรู้ดีพอเกี่ยวกับหลักสูตรของมหาวิทยาลัยราชภัฎและมหาวิทยาลัยเอกชนครับ

1 จบเอกอังกฤษไปทำงานอะไรได้บ้าง แล้วจะหางานยากไหม
2 จบปริญญาตรีแล้ว อยากเรียนต่อปริญญาโทหรือปริญญาเอกภาษาอังกฤษเพิ่มเติมได้ที่ไหน
3 ปริญญาตรี เอกอังกฤษ อักษร ศิลปศาสตร์ มนุษย์ต่างกันอย่างๆไร
4 เอกอังกฤษเรียนอะไรบ้าง
5 เรียนยากและหนักไหม ท่องจำเยอะไหม
6 เรียนสายวิทย์ระดับมัธยม แล้วจะเรียนเอกอังกฤษได้ไหม
7 ถ้าพื้นฐานอ่อน แต่อยากเรียนเอกอังกฤษ ควรเตรียมตัวอย่างไร
8 หนังสืออ่านเตรียมตัวเอง ฝึกฝนเองมีอะไรบ้าง
9 หลักสูตรน่าสนใจ มีที่ไหนบ้าง
10 เรียนเอกอังกฤษอย่างไรให้ได้เกียรตินิยม
 
บันทึกการเข้า
  • sniffer
  • **
  • คะแนนจิตพิสัย: 0
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 84

1 ทำงานอะไรได้บ้าง หางานยากไหม
    1.1 คำตอบตอบได้กว้างครับ ก็แล้วแต่ที่น้องๆจะสนใจและมีโอกาสจะได้หางานทำได้ ในบรรดาเพื่อนๆของผมและกลุ่มคนที่รู้จักที่จบเอกอังกฤษ ประกอบอาชีพต่อไปนี้ครับ +เลขาในบริษัทเอกชน +เจ้าหน้าที่เอกสารทั่วไปและเอกสารแปลในบริษัทเอกชน +นักแปลอิสระ +ผู้แปล(บทภาพยนตร์) +งานที่เกียวกับสื่อต่างๆ ทั้ง นสพ และนิตยสาร +แอร์โฮสเตส + ครูสอนภาษาอังกฤษ +พนักงานในบริษัททัวร์ +ไกด์ +ข้าราชการ (ที่ไม่ใช่อาจารย์) ในกระทรวงต่างๆ +ผู้ให้คำปรึกษาด้านภาษาทั้งองค์กรของรัฐและบริษัทเอกชน +เจ้าหน้าที่ในสถานทูตต่างๆ จะเห็นได้ว่าขอบข่ายงานกว้างมากครับ
    1.2 โดยทั่วไปแล้ว เรียนจบเอกภาษาอังกฤษ หางานไม่ยากครับ แต่ก็ขึ้นอยู่กับตัวน้องๆเองด้วย ว่าเลือกงานไหม มีผลการเรียนดีไหม เพราะอยากฝากไว้ให้คิดอย่างหนึ่งว่า เอกอังกฤษเป็นวิชาหนึ่งเพียงไม่กี่สาขาวิชาที่มีเปิดสอนในทุกมหาวิทยาลัยของรัฐบาล (ยกเว้นเพียงแม่โจ้ กับ มสธ) บางแห่งไม่มีเปิดในระดับปริญญาตรีแต่มีในระดับปริญญาโทหรือปริญญาเอก เช่น สุรนารี และพระจอมเกล้าทั้งหลาย และยังนับรวมมหาวิทยาลัยราชภัฎ และเอกชน ซึ่งก็น่าจะมีเปิดเอกอังกฤษเกือบทุกแห่ง ดังนั้นจะเห็นได้ว่า สำหรับคนที่จบเอกอังกฤษแล้ว คู่แข่งทั้งในแง่การหางานทำและการศึกษาต่อในระดับสูง (ปริญญาโทหรือเอก) ภายในประเทศนั้นมีอัตราสูงมากๆครับ   
บันทึกการเข้า
  • sniffer
  • **
  • คะแนนจิตพิสัย: 0
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 84

2 เรียนต่อระดับสูงอะไรได้บ้างและที่ไหนได้บ้าง
    2.1 น้องๆสามารถเลือกเรียนต่อสาขาอื่นๆในระดับสูงก็ได้ครับ แต่ผมคงให้คำตอบตรงไปตรงมาไม่ได้ เพราะทั้งนี้มันขึ้นอยู่กับ ความสนใจของแต่ละบุคคลและข้อกำหนดในการรับเข้าศึกษาต่อของมหาวิทยาลัยต่างๆ แต่ที่เคยพบเห็นก็มีเพื่อนหรือคนรู้จักจบอักษร เรียนต่อปริญญาโท ทางด้านวารสาร รัฐศาสตร์ ครุ/ศึกษาศาสตร์ได้ครับ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ
    2.2 แล้วเอกอังกฤษระดับปริญญาโท หรือปริญญาเอกละภายในประเทศ มีหลักสูตรเอกภาษาอังกฤษให้เลือกมากมายใกล้เคียงกับระดับปริญญาตรีครับ
ปริญญาโท
ด้านวรรณคดีอังกฤษ ก็สมัครเรียนได้ที่ อักษรจุฬา หรือศิลปศาสตร์ มธ
ด้านภาษาอังกฤษเฉพาะทาง เช่น ธรรมศาสตร์ มนุษย์ เกษตร  ครุอุตสาหกรรม ลาดกระบัง และพระจอมเกล้าพระนครเหนือ
ด้านภาษาศาสตร์ โครงการหลักสูตรภาษาอังกฤษนานาชาติ ของจุฬา หรือภาษาศาสตร์ ของอักษร จุฬา หรือภาษาศาสตร์ประยุกต์ที่เกษตร
ภาษาอังกฤษเน้นการสื่อสาร เช่น รามคำแคง มหิดล (ศาลายา) พระนครเหนือ นิด้า
ด้านการแปล ที่ จุฬา ธรรมศาสตร์ มหิดล (ศาลายา) รามคำแหง
ภาษาอังกฤษทั่วไป เช่น คณะมนุษย์ ที่ เชียงใหม่ ขอนแก่น สงขลาฯ มศว
การสอนภาษาอังกฤษ เช่น เชียงใหม่ ศิลปากร เกษตรศาสตร์ จุฬา ธรรมศาสตร์และศิลปศาสตร์ที่บางมด และสงขลาฯ
ปริญญาเอก
โครงการหลักสูตรภาษาอังกฤษในฐานะภาษานานาชาติ ของจุฬา  มนุษย์ฯ มศว และ ม สุรนารี
บันทึกการเข้า
  • sniffer
  • **
  • คะแนนจิตพิสัย: 0
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 84

3 แต่ละที่มีหลักสูตรต่างกันอย่างไร
    คงให้คำตอบได้เพียงกว้างๆครับ
    3.1 โดยทั่วไปแล้ว ถ้าเลือกคณะอักษร จุฬา ศิลปากร หรือศิลปศาสตร์ มธ น้องๆที่สอบเข้าได้คณะเหล่านี้ จะได้เลือกเรียนสาขาวิชาเอกภายในปีที่ 2 ซึ่งจะได้เลือกเรียนเอกภาษาอังกฤษหรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับผลการเรียนในปี 1 และปี 2 ครับ ซึงทางคณะจะพิจารณาวิชาภาษาอังกฤษพื้นฐานทุกๆวิชา ทั้งในปี 1 และปี 2 เทอมต้น เช่น ที่อักษร ศิลปากร และอาจจะดู จีพีเอรวม ด้วย ซึ่งแน่นอนว่า ถ้าทำคะแนนไม่ถึงเกณฑ์ ก็อาจจะไม่ได้เลือกอังกฤษอย่างที่ใจหวังไว้ก็ได้ และอาจจะต้องแข่งขันกับเพื่อนๆคนอื่นๆอีก หากมีคนสนใจเลือกเรียนเป็นจำนวนมาก แต่ทางภาคสามารถรับจำนวนได้จำกัด ส่วนคณะมนุษย์และศิลปศาสตร์ที่อื่นๆนั้น น้องๆสามารถเลือกได้ตั้งแต่ตอนสมัครเอ็นท์ โดยทั่วไปแล้ว ถ้าเข้าไปได้ ก็ได้เรียนเอกอังกฤษอย่างแน่นอนครับ  ในคณะมนุษย์หรือศิลปศาสตร์บางแห่ง นอกเหนือจากวิชาภาษาอังกฤษพึ้นฐานของมหาวิทยาลัยแล้ว  น้องๆจะได้เรียนวิชาเอกอังกฤษตั้งแต่เริ่มแรกปี 1 แต่บางแห่งน้องๆก็ต้องรอตอนปี 2 เทอมต้นถึงจะได้เรียนวิชาเอกได้ ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับโครงสร้างหลักสูตรของแต่ละแห่งครับ   

    3.2 คณะอักษรทั้ง 2 สถาบันนั้น หลักสูตรจะเน้นให้เรียนวิชาด้านวรรณคดีค่อนข้างมากกว่าคณะอื่นๆ และที่สำคัญถ้าน้องๆสนใจอยากเรียนด้านวรรณคดีจริง อักษรทั้ง 2 สถาบันมีวิชาเลือกทางวรรณคดีค่อนข้างจะมากกว่าที่อื่น อย่างไรก็ตามคณะมนุษย์บางแห่งก็บังคับให้เรียนวิชาวรรณคดีค่อนข้างมากเช่นกัน แต่โดยทั่วไปแล้ว คณะมนุษย์หรือศิลปศาสตร์จะเน้นวิชาหรือมีวิชาเลือกทางด้าน ภาษาอังกฤษในวงการต่างๆมากกว่า เช่น ภาษาอังกฤษด้านการท่องเที่ยว ภาษาอังกฤษในวงธุรกิจ  เป็นต้น

 
บันทึกการเข้า
  • sniffer
  • **
  • คะแนนจิตพิสัย: 0
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 84

4 เรียนอะไรบ้าง
    ไม่ว่าจะเรียนที่ไหนก็ตาม โครงสร้างหลักสูตรเอกอังกฤษต้องประกอบด้วยสิ่งต่อไปนี้ครับ
    1. วิชาพื้นฐานวรรคดีทั้งร้อยแก้วและร้อยกรอง 
    2. วิชาพื้นฐานภาษาศาสตร์ (การออกเสียง/ระบบเสียง โครงสร้างคำและประโยค)
    3. วิชาทักษะทั้ง ฟัง พูด อ่าน เขียน
    4. วิชาการพึ้นฐานการแปล
    5. วิชาวัฒนธรรมของเจ้าของภาษาในประเทศที่ใช้ภาษาอังกฤษ
    6. วิชาไวยากรณ์
    7. วิชาภาษาอังกฤษในแขนงต่างๆ เช่น การท่องเที่ยว ธุรกิจ สื่อสารมวลชน
    5 ลำดับแรกนั้นมีกำหนดในหลักสูตรโดยทั่วไป แต่อาจจะเรียนมากน้อยต่างกัน สำหรับข้อ 6 นั้น น่าเสียดายที่บางคณะ ไม่กำหนดวิชาไวยากรณ์ไว้ในหลักสูตรและทึกทักว่า นักศึกษาต้องรู้และแม่นมาจากระดับมัธยมอยู่แล้ว ส่วนข้อ 7 นั้นก็แล้วแต่หลักสูตรของแต่ละคณะ บางคณะมีบังคับหรือให้เลือกค่อนข้างมาก แต่บางคณะก็มีน้อย เนื่องจากวิชาเอกอังกฤษมีให้เลือกมากมายหลายสถาบัน คำแนะนำคือ ลองเข้าไปดูเว็บไซต์ของคณะต่างๆและเลือกดูหลักสูตรของแต่ละคณะนั้นว่ามีวิชาที่ตรงกับความสนใจของเราหรือไม่ครับ เช่น ถ้าน้องๆไม่ชอบเรียนด้านวรรณคดี แต่อยากเน้นการใช้ภาษาในวงการต่างๆ ก็อาจจะเลือกเรียนที่ ธรรมศาสตร์ หรือ มศว หรือที่อื่นๆ หรือกรณีที่ คณะอักษรที่จุฬา ดูเหมือนว่าจะไม่เน้นวิชาบังคับทางทักษะฟัง พูด อ่าน เขียนมากเหมือนที่อื่นๆ  เป็นต้น ที่ดีคือควรศึกษาหลักสูตรของแต่ละที่นี่สักนิดก็จะเป็นประโยชน์ในการช่วยตัดสินใจเลือกสถาบันที่จะเรียน

บันทึกการเข้า
  • sniffer
  • **
  • คะแนนจิตพิสัย: 0
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 84

5  เรียนหนักและยากไหม การท่องจำละ
    เรียนไม่ยากและไม่หนักครับ พูดถึงความยากแล้ว ถ้าพื้นฐานระดับมัธยมดี ก็ไม่ยากครับ ถ้าพึ้นฐานอ่อน ก็อาจจะยากและต้องพยายามมากหน่อย สาขาวิชานี้เรียนไม่หนักเหมือนเพื่อนที่เรียนในคณะทางวิทยาศาสตร์ครับ วิชาที่อาจจะยากหน่อย ก็เช่น วิชาในหมวดวรรณคดีและภาษาศาสตร์ ส่วนเรื่องการท่องจำนั้น ก็มีบ้าง แต่ไม่เน้นมากนัก ยกเว้นวิชาในหมวดวรรณคดี ภาษาศาสตร์ และหลักไวยากรณ์ครับ ที่ต้องอาศัยความมากจำพอสมควร โดยทั่วไปแล้ว ไม่ว่าเรียนภาษาต่างประเทศภาษาใดก็ตาม มักจะเรียนกันได้อย่างสนุกครับ

บันทึกการเข้า
  • sniffer
  • **
  • คะแนนจิตพิสัย: 0
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 84

6 จบมัธยมสายวิทย์เรียนได้ไหม
    สมัยผมเรียนปริญญาตรีนานมากแล้ว  ก็มีเพื่อนๆหลายคนมาจากสายวิทย์ครับ หลายๆคนก็ไม่มีปัญหาในการเรียนแต่อย่างใด ทั้งๆที่เมื่อก่อนคนเรียนสายวิทย์ระดับมัธยมจะเรียนภาษาอังกฤษน้อยกว่าสายศิลป์ค่อนข้างมาก แต่ไม่แน่ใจในเรื่องของความแตกต่างในปัจจุบันครับ ถ้าน้องๆสายวิทย์สอบเข้ามาแล้ว พยายามและตั้งใจเรียน ก็เรียนได้แน่นอนครับ ส่วนวิชาสอบเข้านั้น ผมให้คำตอบไม่ได้ ต้องตรวจสอบข้อมูลกับทางคณะที่น้องๆจะเลือกนะครับ

บันทึกการเข้า
  • sniffer
  • **
  • คะแนนจิตพิสัย: 0
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 84

7 การเตรียมตัว
    วิธีที่จะเรียนภาษาได้ดีคือ 1 รู้คำศัพท์ให้มากและกว้าง 2 แม่นเรื่องกฏเกณฑ์ไวยากรณ์ องค์ประกอบ 2 อย่างนี้คือพึ้นฐานการเรียนภาษาต่างประเทศครับ ถ้า 2 สิ่งนี้ดี ทักษะทุกด้านจะดีตามไปด้วย คำแนะนำสำหรับคนที่จะเตรียมตัวเรียนเอกอังกฤษ
    1. หมั่นท่องศัพท์สะสมทุกวันตั้งแต่วันนี้ ต้องท่องทุกอย่างเกี่ยวกับคำศัพท์ตัวนั้นๆ ได้แก่ +ความหมาย ประเภทของคำ (คำนาน หรือ กริยา หรือ คุณศัพท์ หรือ บุพบท) +การสะกดคำ +การออกเสียงรวมถึงการเน้นเสียงหนักเบาในตำแหน่งของคำ (สำคัญมากๆนะครับ เน้นเสียงหนักเบาผิดตำแหน่ง ความหมายก็ผิดทันที) +การใช้คำคู่กัน เช่น คำกริยาตัวนี้ หรือคำคุณศัพท์ตัวนี้ ใช่กับคำบุพบทอะไรได้บ้าง +คำที่มีความหมายเหมือนและคำที่มีความตรงกันข้ามมีอะไรบ้าง จะเห็นได้ว่าคำๆหนึ่งมีข้อมูลให้เราต้องท่องจำเยอะมากเลยครับ ท่องสะสมทุกๆวัน แต่ไม่ต้องมากครับ แค่วันละ 4-5 ตัวก็มากพอแล้ว ครบ 1 สัปดาห์ก็กลับมาทบทวนสักครั้ง ครบ 1 เดือนก็กลับมาทบทวนใหญ่อีกสักรอบ ต้องท่องสะสมทุกวันนะครับ เริ่มตั้งแต่ตอนนี้
    2. ฝึกหัดใช้พจนานุกรม ภาษาอังกฤษเป็นอังกฤษให้เป็นนิสัยตั้งแต่ตอนอยู่มัธยม ยิ่งเล่มหนาๆใหญ่ๆยิ่งดีครับ (ดูข้อแนะนำเพิ่มเติมข้างล่างนี้)  พยายามเลี่ยงการใช้พจนานุกรมอังกฤษเป็นไทยให้น้อยที่สุด
    3. ฝึกฝนไวยากรณ์อย่างหนัก เอกอังกฤษบางมหาวิทยาลัยจะไม่สอนไวยากรณ์เพิ่มเติมให้มากมายนัก และหลายๆแห่งไม่บรรจุวิชาไวยากรณ์ให้ในหลักสูตร เพราะถือว่า ต้องรู้มาแล้วในระดับมัธยม อันนี้เป็นจุดบอดอย่างหนึ่งของหลักสูตรในสถาบันการศึกษานั้นๆ เพราะความเป็นจริงแล้ว ในฐานะที่ผมเป็นครูสอนภาษาอังกฤษโดยตรงและเชี่ยวชาญด้านหลักภาษาศาสตร์ (เน้นหลักไวยากรณ์) กล้าพูดได้ว่านักศึกษาไทยเอกอังกฤษจำนวนมาก ไม่แม่นหลักไวยากรณ์เลย ซึ่งแม้แต่ในกลุ่มนักศึกษาในสถาบันมีชื่อเสียงระดับต้นๆของประเทศ  วิธีที่จะเรียนรู้ไวยากรณ์ได้ดีคือ เน้นฝึกทำแบบฝึกหัดมากๆเข้าไว้ครับ
    4. ฝึกอ่านภาษาอังกฤษง่าย เช่น จากหนังสือนิตยสารภาษาอังกฤษหรือ นสพ ภาษาอังกฤษ ที่มุ่งสอนภาษาโดยเฉพาะที่มีวางขายตามท้องตลาด เช่น หนังสือ Future นสพ Student Weekly สิ่งพิมพ์เหล่านี้ เด็กมัธยมก็อ่านเรียนรู้เอาได้ครับ ไม่ยากเกินไป เลย
    นอกจากน้องๆจะต้องรู้ศัพท์และหลักไวยากรณ์แล้ว คนที่จะมีทักษะภาษาที่ดีได้นั้นต้องนำมันมาใช้ครับ เพราะถ้าไม่ฝึกใช้แล้ว เดี๋ยวก็จะลืม พยายามฝึกทักษะทางภาษาให้บ่อยที่สุดเท่าที่เราจะมีโอกาสทำได้ เช่นฝึกพูดภาษาอังกฤษกับเพื่อนที่เรียนด้วยกัน นอกห้องเรียน (ถ้าไม่มีเพื่อนฝรั่งก็ฝึกคุยกับเพื่อนคนไทยด้วยกันก็ได้) หรือคุยภาษาอังกฤษกับอาจารย์คนไทยนอกห้องเรียนก็ได้ ซึ่งการฝึกพูดเช่นนี้ เวลาที่เราพูดอะไรผิดไปก็จะมีเพื่อนหรืออาจารย์ช่วยแก้ให้เราได้  ที่สำคัญไม่ต้องอายหรือคิดว่าจะมีใครกล่าวหาว่าเราโอเว่อร์หรือทำตัวกระแดะครับ เพราะสิ่งที่เราจะได้นั้นคือทักษะการใช้ภาษาที่ดีที่จะตกอยู่กับตัวเราเอง ฝึกเขียนอีเมล์กับเพื่อนที่เรียนด้วยกัน ก็เป็นอีกวิธีหนึ่งที่จะช่วยให้เรามีโอกาสใช้ภาษาได้บ่อยๆ ช่วยๆกันแก้ศัพท์หรือไวยากรณ์ที่เห็นว่าเพื่อนใช้ผิดๆ ถือเป็นการเรียนรู้และพัฒนาภาษาแบบพึ่งพาซึ่งกันและกัน
บันทึกการเข้า
  • sniffer
  • **
  • คะแนนจิตพิสัย: 0
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 84

8 หนังสืออ่านเองเพิ่มเติมที่อยากแนะนำให้ซื้อเก็บไว้ใช้
    พจนานุกรม
    ยี่ห้ออะไรก็ได้ครับต่อไปนี้ แนะนำให้ซื้อเล่มใหญ่ที่สุดไว้ใช้ครับ เพราะจะบรรจุข้อมูลไว้มากกว่าเล่มเล็กๆ อย่าไปรังเกียจที่เห็นว่ามันหนักกว่าเล่มเล็กๆ พกพาลำบากมากกว่า 
    1. Oxford Advanced Learner's Dictionary (ข้อดีคือบรรจุคำศัพท์มากที่สุด)
    2. Cambridge Advanced Learner's Dictionary (ข้อดีคือมีตัวอย่างประโยคประกอบค่อนข้างมากเป็นพิเศษ)
    3. MacMillan Dictionary เล่มสีส้มๆ (ข้อดีคือ ใช้ง่าย)   

    หนังสือไวยากรณ์
    ที่ดีๆมีหลายเล่มครับ แต่อยากแนะนำเล่มต่อไปนี้ จะซื้อเล่มใดเล่มหนึ่ง หรือทั้งหมดก็ได้ถ้ามีเงินมากพอที่จะซื้อ เวลาซื้อไว้ใช้เรียนรู้ด้วยตัวเอง ต้องแน่ใจนะครับว่า ซื้อฉบับที่มีคำเฉลยด้วย (Answer key) เพราะบางเล่มก็ไม่มีให้นะครับ ต้องตรวจเช็คดีๆครับ
    1. English Grammar in Use ของสำนักพิมพ์ Cambridge University Pressเล่มสีฟ้าๆหรือม่วงอ่อนก็ได้จะเหมาะกับน้องๆครับ เพราะเป็นเล่มระดับปานกลาง (Intermediate) ไม่แนำนำฉบับภาษาไทยนะครับ (Thai Edition) จะเรียนเอกอังกฤษทั้งทีก็ต้องฝึกอ่านเป็นอังกฤษล้วนๆเลยครับ
    2. How English Works ของสำนักพิมพ์ Oxford University Press เล่มสีเหลือง
 
    หนังสือศัพท์
    Vocabulary in Use ของสำนักพิมพ์ Cambridge University Press  มีหลายเล่มหลายระดับครับ 
    สำหรับน้องๆที่พึ้นไม่ดีมากนักก็แนะนำเล่มระดับ Pre-intermediate and Intermediate
    สำหรับน้องๆที่ฐานดีใช้ได้แล้วหรือเรียนในระดับมหาวิทยาลัยก็แนะนำเล่มระดับ Upper-Intermediate

    หนังสืออ้างอิงใช้ส่วนตัว
    1 Practical English Usage ของสำนักพิมพ์ Oxford University Press
    2 English Usage for Learners ของ Collins Cobuild เล่มสีส้มๆ (เล่มนี้ดีมาก เพราะมีทั้งข้อมูลเรื่อง การพูดสนทนาในบริบทต่างๆ เช่นการขอบคุณ ขอโทษ การโทรศัพท์ ฯลฯ การใช้คำต่างๆและคำที่มักใช้สับสนหรือผิดๆ หลักไวยากรณ์ทั่วๆไป) มีไว้เหมือนเป็นครูสอนภาษาอังกฤษส่วนติตกับตัวครับ

    หนังสือฝึกทักษะการอ่านทั่วไป
    เทคนิคการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจ โดยอาจารย์ สมุทร เซ็นเชาวนิช สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

    หนังสือฝึกการอ่านหนังสือพิมพ์
    English by newspaper โดยอาจารย์ Terry Fredrickson

    เว็บไซต์เรียนและฝึกภาษาออนไลน์
    http://www.bangkokpost.com/youcanread/about.html เรียนภาษากับหนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์ เว็บไซต์สอน
    การอ่านข่าวหนังสือพิมพ์เบื้องต้น

    http://www.bangkokpost.com/education/index.htm ฝึกการอ่านข่าวภาษาอังกฤษเช่นเดียวกัน มีคอลัมน์ translate it  ซึ่งสอนการแปล

    http://www.bbc.co.uk/worldservice/learningenglish/index.shtml เรียนภาษากับ   บีบีซี ประเทศอังกฤษ มีทั้งฝึก  การฟัง ไวยากรณ์ ศัพท์และการอ่านข่าว ภาษาอังกฤษธุรกิจ

บันทึกการเข้า
  • sniffer
  • **
  • คะแนนจิตพิสัย: 0
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 84

9 หลักสูตรที่น่าสนใจ ขอแนะนำเฉพาะหลักสูตรที่เปิดใหม่หรือมีลักษณะเด่นที่แตกต่างจากที่อื่นๆนะครับ
    1. ภาษาอังกฤษเฉพาะกิจ คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม ลาดกระบัง ชื่อก็บอกว่าเรียนเน้นด้านไหน
    2. ภาษาเพื่อการพัฒนา คณะศิลปศาสตร์ สงขลานครินทร์ (หาดใหญ่) เรียนเน้นภาษาอังกฤษควบคู่กับภาษาไทย อาจจะไม่ได้เรียนภาษาอังกฤษหนักเท่าเอกอังกฤษของที่อื่นๆ แต่ถ้าน้องสนใจชอบเรียนหรือต้องการฝึกฝนภาษาไทยประกอบด้วย หลักสูตรนี้ก็จะเหมาะกับน้องๆครับ อย่างไรก็ตามคณะก็มีวิชาโทภาษาอังกฤษเพื่อธุรกิจให้เลือกเป็นวิชาโท   
    3. ภาษาอังกฤษ คณะศิลปศาสตร์ มหิดล (ศาลายา) มีจุดเด่นตรงที่ เน้นการประยุกต์ภาษาไปใช้ได้หลากหลายอาชีพ มีวิชาที่กว้างและหลากหลาย ถ้าจำไม่ผิด หลักสูตรที่นี่ไม่เน้นวิชาวรรณคดีครับ
    4. ภาษาอังกฤษ สำนักวิชาศิลปศาสตร์ วลัยลักษณ์ ข้อดีคือ หลักสูตรบังคับให้เรียนหนักและเข้มข้นมาก เพราะต้องเรียน 3 ภาคการศึกษาต่อปี อีกทั้งยังได้เข้าเรียนวิชาเอกตั้งแต่ปี 1 ด้วย
    ส่วนที่อื่นๆที่ไม่ได้แนะนำไม่ได้แปลว่าไม่ดีนะครับ เรียนที่ไหนก็ไม่แตกต่างกันมากครับ ขอให้ตั้งใจเรียน เรียนจบจากที่ไหนก็เป็นคนมีคุณภาพได้ทั้งนั้นครับ  เพื่อนๆผมหลายคนจบจากมหาวิทยาลัยในต่างจังหวัดแต่ก็มีความสามารถทำงานกับบริษัทเอกชนที่มีชื่อเสียงระดับโลกได้ บางคนก็ได้ศึกษาทุนศึกษาต่อในมหาวิทยาลัยระดับชั้นนำในต่างประเทศ ทั้งในอังกฤษและอเมริกา อยู่ที่ตัวน้องๆครับว่าตั้งใจเรียนแล้วและพยายามสม่ำเสมอขนาดไหน 
บันทึกการเข้า
  • sniffer
  • **
  • คะแนนจิตพิสัย: 0
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 84

10 เรียนอย่างไรให้ได้เกียรตินิยม
    1. พึ้นฐานไวยากรณ์และคำศัพท์แน่น ทักษะฟังพูดอ่านเขียนจะดีตามไปด้วยเช่นกัน
    2. นอกจาก ความขยัน ความตั้งใจแล้ว ต้องบวกความสม่ำเสมอด้วยครับ เน้นความสม่ำเสมอในการขยันและตั้งใจ ไม่ใช่ขยันแค่ 3-4 สัปดาห์ก็เลิก หรือขยันเฉพาะตอนก่อนสอบ ต้องขยันตลอดทั้งภาคการศึกษาและทุกปีการศึกษา
    3. ฝึกใช้ภาษาให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ความรู้และการฝึกภายในห้องเรียนนั้นถือว่าเล็กน้อยมากๆสำหรับการเรียนเพียงแค่ 4 ปีในมหาวิทยาลัย คนเก่งภาษาส่วนใหญ่แล้ว เรียนรู้และฝึกฝนตนเองนอกห้องเรียนอย่างหนักด้วย

บันทึกการเข้า
  • sniffer
  • **
  • คะแนนจิตพิสัย: 0
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 84

สรุปปิดท้าย
  หวังว่าข้อมูลตรงนี้คงจะเป็นประโยชน์กับน้องๆที่เข้ามาอ่านนะครับ เนื่องจากผมพยายามเขียนบทความในแนวกว้าง อาจจะเก็บรายละเอียดได้ไม่ทั้งหมดหรืออาจเสนอข้อมูลผิดพลาดไปบ้างบางจุด หรือข้อมูลล้าสมัยในบางประเด็น ต้องขอโทษในที่นี้ด้วยครับ ดังนั้นในส่วนที่ผมให้ข้อมูลผิดหรือคลาดเคลื่อนไป ผมขอความกรุณาผู้ที่รู้จริง มาแก้ไขให้ด้วย ซึ่งนับว่าจะเป็นประโยชน์กับผู้อ่านอย่างมากครับ

  ผมคงไม่สามารถเข้ามาตอบคำถามให้น้องๆได้ถ้าหากน้องๆมีคำถามจะถามผมในนี้ เนื่องจาก ปัจจุบันผมกำลังศึกษาระดับปริญญาเอก ในมหาวิทยาลัยในต่างประเทศ มีภาระการเรียนที่หนักพอสมควร ด้วยเหตุนี้ จึง ต้องขอโทษในประเด็นนี้ด้วยเช่นกัน 

บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
กระโดดไป: